กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 รีวิว
Global
Posted by : TF_GantaroZX 
15-11-2019 10:25
[รีวิว] Death Stranding การเดินทางเพื่อทวงคืนอนาคตให้มนุษยชาติ เกมแอคชั่นแนวใหม่จากมหาเทพ Hideo Kojima พร้อมเหล่าดาราดังคับคั่ง

 

หมายเหตุ: บทความนี้มีการอ้างอิงถึงเนื้อหาในช่วงเริ่มต้นเกม โดยทีมงานใช้เครื่องเล่น PlayStation 4 Slim และ Pro ในการทดสอบ

 

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ก็ต้องบอกว่า Death Stranding ถือเป็นผลงานที่น่าจับตามองมากที่สุดชิ้นหนึ่งของวงการเกมด้วยการเปิดตัวนักแสดงนำ Norman Reedus ที่กอดคอกับ Hideo Kojima มาร่วมงานในโปรเจ็คใหม่หลังจากแยกทางกับ Konami ซึ่งวิดิโอตัวอย่างแรกก็สร้างสงสัยกับผู้เข้าร่วมงาน E3 2016 กันไปเป็นแถบด้วยเรื่องราวชวนติดตามแบบพิลึกๆ แถมคนที่คอยติดตามก็ยังต้องเจอปริศนาซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งเวลามีตัวอย่างใหม่เผยแพร่ออกมา

 

จนกระทั่งกลางปี 2019 ก็ได้มีการประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของตัวเกมและเริ่มออกเดินสายโชว์ตัวตามงานต่างๆ จนแฟนๆ สามารถจับต้นชนปลายกันได้บ้าง ถึงกระนั้นหลายคนก็ยังคงเกิดอาการ 'ฉงนสนเท่ห์' พาลพากันคิดว่าสุดท้ายแล้วตัวเกมก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากตัวละครเอกที่เดินทางในโลกยุค Post-apocalypse ไปมา ไร้ซึ่งฉากแอคชั่นใดๆ ซ้ำร้ายยังตีตราว่าไอเดียทั้งหลายของผู้กำกับมือทอง Hideo Kojima เป็นแค่เพียงราคาคุยเสียอย่างนั้น และแน่นอนว่า ThisIsGame Thailand ก็ไม่พลาดโอกาสสัมผัสเกมนี้เพื่อที่จะนำมาถ่ายทอดประสบการณ์กับเพื่อนๆ อีกครั้งใน 'Death Stranding คืนความหวัง อนาคต พร้อมเชื่อมต่อสังคมโลกมนุษย์ที่ล่มสลาย'

 

【กาลครั้งหนึ่งเมื่อโลกมาถึงจุดจบ】

 

 

เกมวางโครงเรื่องไว้อย่างเข้าใจง่ายๆ ว่าในโลกมนุษย์ของเราเกิดเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ครั้งแรกเรียกว่า 'Big Bang' ก่อนจะเกิดจักรวาลและสร้างสรรพสิ่งขึ้นมา ก่อนจะมีเหตุการณ์ฝนประหลาด 'Timefall' ที่ตกลงมาและทำให้สิ่งที่สัมผัสกับมันเกิดเร่งอายุขึ้นไปทั้งคน สัตว์ หรือสิ่งของ สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือเมื่อมีคนตายไม่ว่าจะเพราะ Timefall หรือเหตุใดๆ ก็จะมีปีศาจร้าย 'BT' บุกมาถล่มจนเกิดแรงระเบิดใหญ่ดังตูมจนบ้านเมืองราบเป็นหน้ากลอง (พอดีเห็นว่าคล้ายๆ กันเลยขอเรียกว่า 'หลุมอุกกาบาต') จนชาวบ้านต้องกุลีกุจอหนีไปอยู่กันใต้ดินพร้อมจัดตั้งทีมขนศพไว้กำจัดซากสิ่งมีชีวิตแบบไม่ให้ BT รู้ตัว ส่วนตัวเอกก็ทำหน้าที่เป็นคนส่งของระหว่างสถานที่ต่างๆ เพื่อมนุษย์จะได้ดำรงชีวิตต่อไป กระนั้นแล้วหากเล่าต่อไปก็คงเกินขอบเขตความเหมาะสม ต้องไปติดตามกันเอาเอง

 

แม้ว่าเกมจะมาพร้อมกับเรื่องราวงงงวย แต่พอได้เล่นเข้าจริงๆ แล้วขอชี้แจงก่อนว่าเกมไม่ได้มีเนื้อหาเข้าถึงยากอย่างที่คิด สังเกตได้ว่าเราจะต้องฟังบทพูดให้ดีเพราะเกมจะถ่ายทอดความหมายของมันก่อนจะบอกคำศัพท์เฉพาะนั้นๆ เช่นฝนตกมาสัก 5 นาทีถึงจะมีบทพูดออกมาว่าฝนนั้นคืออะไร ส่งผลแบบไหนให้คนเราบ้าง เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวจะเล่นไม่รู้เรื่องเพราะว่าคำศัพท์ในเกมก็ง่ายแสนง่าย (ในส่วนศัพท์เฉพาะอาจจะมีการทำความเข้าใจกันก่อนเล่นเกม)

 

 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลหมด คำถามที่ว่าทำไมตัวละครถึงน้ำตาไหลก็เช่นกัน

 

【เกมเพลย์】

 

ในส่วนของเกมเพลย์ก็จะวนเวียนอยู่กับการส่งของและเดินสำรวจ ซึ่งหลังจากพ้นเนื้อหาช่วงแรกไปแล้วเราจะเริ่มรับออเดอร์ในการจัดส่งสิ่งของต่างๆ ได้ โดยก่อนออกเดินทางจะมีเมนูจัดการเทคนิคขนส่งของเราขึ้นมาว่าจะให้พัสดุชิ้นนี้ไปอยู่บริเวณไหนบ้างเช่นแบกขึ้นหลัง มือซ้าย หรือมือขวา (ใช่ครับ ละเอียดขนาดนั้นเลย) และ Sam จะมีขีดจำกัดในการแบกของของตนเองที่ 120 กิโลกรัมถ้าหากเริ่มเกินขีดจำกัดเมื่อไหร่จะไม่สามารถกระโดดหรือเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัวและผู้เล่นจำเป็นต้องจับสายสะพายเผื่อระวังไม่ให้ร่างกายถ่ายเทน้ำหนักไปผิดทางจนล้มไม่เป็นท่า หรือในบางกรณีเช่นการขนศพคนก็อาจจะมีการโยกเยกหน่อย จุดนี้สังเกตได้ว่าเล่นกับระบบฟิสิกส์ได้อย่างสมจริง  ทว่าบางทีอาจจะรู้สึกขัดใจกับการควบคุม เอ้อ! เกือบลืมไป ถ้าหากเดินฝ่าฝนนานๆ พัสดุของเราอาจจะเสียหายได้เหมือนกัน ระวังให้ดีนะครับ

 

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับเกมนี้ก็คือโลกที่บิดเบี้ยวหลังจากถูกฝน Timefall ถล่ม แน่นอนว่าเมื่อมีหลุมอุกกาบาตเต็มไปหมดมันก็คงไม่ได้เป็นทางเดินธรรมดาอีกต่อไป แต่ในทางกลับกัน Timefall ก็เร่งสภาพการฟื้นตัวของธรรมชาติกลับมาเขียวขจีอีกครั้งครับ ซึ่งบางจุดเช่นภูเขาสูงหรือว่าแม่น้ำอาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริม โดยเราสามารถนำบันได หรือเชือกไต่ผาไปปักเอาไว้ทุ่นเวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องเดินอ้อมนั่นเอง

 

 

เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มภารกิจ

 

 

ของคนอื่นที่ตกกระจุยกระจายสามารถเก็บไปส่งได้ด้วยนะ

 

ระบบการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของ Sam ก็ขอบอกว่าสมจริงพอๆ กันเพราะว่าทุกอย่างล้วนเป็นอันตรายแก่ตัวละครของเรา เกมจะมีหลอดพลังชีวิตแทนที่ด้วยปริมาณเลือด (นับเป็นมิลลิลิตร) และเกจความเหนื่อยล้า ถ้าหากเราเสียเลือดมาก Sam ก็จะเดินเซคล้ายคนหน้ามืดหลังบริจาคเลือด (ให้พวก BT และศัตรู) มา แถมบางทีเรายังต้องขับของเหลวด้วยการปัสสาวะ ส่วนนี้รู้สึกว่าละเอียดดีแต่ไม่ใส่มาก็ได้นะครับ (ฮา) โดยผู้เล่นสามารถฟื้นฟูเลือดได้จากการไปกินตัวหนอน Cryptobiote ที่เจอตามทาง หรือถ้าฟื้นฟูความเหนื่อยก็ดื่มน้ำจากเมนู Canteen ที่กดจากปุ่มคำสั่งใกล้ๆ ปุ่มสร้างของ ภาพรวมของ UI ก็คล้ายกับ Metal Gear Solid V ผลงานเก่า Hideo Kojima พอสมควร

 

 

 

เมนูชวนให้นึกถึง Metal Gear Solid V

 

มาถึงเกมเพลย์ในแง่การต่อสู้กันบ้างแล้ว ศัตรูหลักๆ ก็จะมีอยู่สองฝ่ายคือพวก BT อย่างที่เราเจอกันกับ Mules ที่ทำตัวเป็นแก๊งขี้ขโมยคอยก่อกวนไม่ให้เราส่งพัสดุได้ อย่างที่ทราบกันดีว่า BT จะเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือภูมิปัญญาดังนั้นเราจะตอบโต้มันในช่วงแรกๆ ไม่ค่อยได้ ซ้ำร้ายถ้าเกิดดันพลาดไปสัมผัสเข้าก็อาจจะเจอกับดงผีคอยลาก Sam ไปสู่ปรโลก เดือดร้อนผู้เล่นต้องว่ายน้ำกลับไปหาร่างเดิมเพื่อคืนชีพใหม่อีกครั้ง (ตายไม่ได้ตาย) ในขณะที่ Mules ก็จะเป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่จิตใจไม่ปกติ แม้ว่าจะจัดการได้ด้วยอาวุธแต่มันก็มากันเป็นกลุ่มได้เหมือนกัน ใครที่บอกว่าไม่มีแอคชั่นขอให้รีบถอนคำพูดเชียว 
 

 

กลั้นหายใจเพื่อไม่ให้ BT สัมผัสได้

 

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญของเกมนี้ก็คือคู่หูของเราอย่าง BB เจ้าทารกจิ๋วที่อยู่ในโหลดอง BB Pod (ว่าไปนั่น) ที่ใช้งานร่วมกับ Odradek Terrain Scanner แต่ขอเริ่มจาก Odradek ก่อนละกัน ซึ่งเจ้าก้านข้างหลัง Sam มาพร้อมประโยชน์หลายอย่างทั้งตรวจสอบพื้นผิวเส้นทาง หาพัสดุที่ตกอยู่ แถมยังตรวจสอบศัตรูได้ด้วย เวลามีภัยเจ้า Odradek จะส่งเสียงร้องพลางเปลี่ยนรูปร่างเป็นมือชี้ทิศทางของฝ่ายตรงข้ามให้เราครับ เจ๋งจริงๆ

 

ปิดท้ายด้วย BB Pod ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการช่วยให้เราเอาตัวรอดจาก BT เนื่องจากตัวเอกของเราไม่มีเซนส์ในการตรวจจับผีร้ายได้ดีพอ BB หรือ 'Bridge Baby' จึงถือเป็นตัวช่วยให้เรารู้ตัวง่ายขึ้น เพราะถ้าหากเราเข้าใกล้ BT เมื่อไหร่หนูน้อยก็จะส่งเสียงร้องสะอึกสะอื้นออกมาทันที นอกจากนี้เราต้องคอยดูแล BB ให้ดีด้วยการไม่นำน้องไปลุยน้ำหรือพาตัวเองไปเสี่ยงภัยต่างๆ เช่นการตกจากที่สูง

 

 

 

ใช้ Odradek ตรวจสอบความลึกของแม่น้ำ

 

【แม้สังคมมนุษย์จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่น้ำใจจากผู้เล่นทุกคนยังคงอยู่】

 

องค์ประกอบที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ก็คือ 'การเชื่อมโยง' ที่ Hideo Kojima เน้นย้ำอยู่บ่อยๆ นั่นเองครับ ถึงแม้ว่า Death Stranding จะโฟกัสไปในเนื้อหา Single-player แต่โลกภายในเกมก็จะแชร์กันระหว่างผู้เล่นด้วย ในการเดินทางเราอาจจะเจอกับพัสดุของผู้เล่นคนอื่นที่ทำตกเอาไว้, รอยเท้ามนุษย์ รวมไปถึงอุปกรณ์ในการเดินทางที่คนอื่นทิ้งไว้ให้หรือกระทั่งถนน! 

 

จุดนี้นับว่าเป็นลูกเล่นที่เจ๋งมากๆ เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าทุกคนกำลังร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสิ่งก่อสร้างภายในโลกของเกมจะมีอายุการใช้งานเนื่องจากฝน Timefall จะตกลงมาเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าทุกคนต้องคอยสร้าง - ฟื้นฟูกันตลอด ที่สำคัญถ้าเกิดไม่ต่ออินเทอร์เน็ตก็จะมองไม่เห็นของพวกนี้นะเออ ยิ่งไปกว่านั้นคือเราสามารถกด Like เพื่อให้คะแนนความชอบของไอเทมและนำคะแนนไปอัปเกรดตัวละครได้ อย่ามาข้ามกันนะ

 

 

เดินทางลำบากอย่างนี้ถ้ามีสะพานไว้ข้ามแม่น้ำก็ดีไม่น้อย

 

 

เจออะไรน่าสนใจจะติดป้ายเตือนก็ได้

 

【ขุมพลังกราฟิกและดนตรีคืองานศิลป์ประโลมใจ】

 

 

โปรดักชั่นของเกมนี้ต้องเรียกว่าอยู่ในระดับพระกาฬเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือเหล่าซูเปอร์สตาร์ที่ขนทัพกันมาประชันบทบาทกันต่างช่วยทำให้ Death Stranding เปรียบได้ประหนึ่งงานศิลปะที่เราหาชมได้ยาก เริ่มต้นตั้งแต่กราฟิกที่ใช้ Decima Engine ในการพัฒนา ซึ่งเกมเมอร์ฝั่ง Sony ก็น่าจะทราบดีถึงความทรงพลังของมันที่ฝากเอาไว้กับ Horizon Zero Dawn ที่รีดพลังจากเครื่องเล่น PlayStation 4 มาทุกเม็ด ต่อให้ใช้เครื่องเล่นรุ่นธรรมดาก็ไม่ได้มีปัญหาด้านเฟรมเรต

 

ตามมาด้วยเพลงประกอบที่นอกจากเพลงบรรเลงแล้วยังนำนักร้องดังๆ หลายวงมาร่วมแจมไม่ว่าจะเป็น Bring Me The Horizon หรือ CHVRCHES เป็นต้น ส่วนดารานักแสดงก็เป็นอีกไฮไลต์เด็ด ซึ่ง 3 ตัวละครนำอย่าง Norman Reedus, Mads Mikkelsen และ Lea Seydoux ก็ถือเป็นดาวระดับแม่เหล็กที่เรียกแขกได้ดีรวมไปถึงคนในวงการหนังอย่าง Guillermo del Toro และ Lindsay Wagner ที่มารับบทสมทบกับเขาด้วยเหมือนกัน (สำหรับการแสดงหรือให้เสียงก็คงไม่ต้องพูดอะไรเยอะ) ในส่วนนี้เมื่อประกอบเข้ากับบทแล้วก็ส่งให้ Death Stranding เป็นเหมือนกับภาพยนตร์ระดับบิ๊กเนมขนาดยาวเรื่องหนึ่ง

 

【บทสรุป】

 

Death Stranding เป็นผลงานที่ทะเยอทะยานที่สุดของ Hideo Kojima เลยครับ หากจำกันได้ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวว่าช่วงที่ทำเกม Metal Gear ในสมัยแรกๆ ก็ต้องมาพร้อมความเสี่ยงเพราะว่าแนวคิดเกมแบบ 'ลอบเร้น' ยังคงเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ เช่นเดียวกับ Death Stranding ที่ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มใหม่ของ Hideo อีกครั้งในฐานะผู้คุมบังเหียนของ Kojima Productions เต็มตัว ถึงแม้เกมจะฟังดูแปลกและค่อนข้างเอื่อยแต่เนื้อหาและตัวละครที่น่าติดตามก็ทำให้เรารู้สึกอยากเล่นต่อแบบเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ขอสารภาพอีกนิดว่าเวลาเราเดินส่งของอยู่ การได้เห็นสภาพแวดล้อมในโลกสีหม่นๆ แบบนี้มันเพลิดเพลินอย่างไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ

 

สุดท้ายนี้พวกเราขอขอบคุณทาง Sony Interactive Entertainment และ Sony Thailand สำหรับการสนับสนุนบทความรีวิวเกม Death Stranding ในครั้งนี้ ซึ่งเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจก็หาซื้อมาเล่นกันได้แล้วบน PlayStation 4 และหวังว่า ThisIsGame Thailand จะได้ร่วมสร้างโลกใหม่ไปกับทุกคนใน Death Stranding นะครับ

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (m.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
MEDIA PARTNERS
THIS IS GAME
Qoo-App
partner_common-ground
ADVERTISEMENT